ภาควิชา
ประวัติศาสตร์
Slider

มุมหนังสือ ภาควิชาประวัติศาสตร์

        ภาควิชาประวัติศาสตร์ขอแนะนำหนังสือประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเป็นหนังสือดีที่นักศึกษาและผู้สนใจประวัติศาสตร์ทั่วไปจะใช้เป็นข้อมูลในการเสริมความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์ได้ดีขึ้น เป็นหนังสือที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือ และควรแก่การเก็บสะสม หากมีหนังสือประวัติศาสตร์เล่มไหนที่น่าอ่าน น่าซื้อ ก็ส่งข่าวมาให้ทราบด้วย เพื่อจะแนะนำกันต่อไป

สัญชัย สุวังบุตร นาซีเยอรมนี ค.ศ. 1933-1945 กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2556 ภาพประกอบ, แผนที่. 480 หน้า, 340 บาท

หนังสือนำเสนอเรื่องราวของฮิตเลอร์กับจักรวรรดิไรค์ที่ 3 เพื่อให้เข้าใจปัจจัยหลักของการเกิดลัทธินาซีและขบวนการชาตินิยมรุนแรงรวมทั้งพลังทางสังคมและโครงสร้างทางการเมืองที่ฮิตเลอร์ได้สร้างขึ้น เนื้อหาหนังสือแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เป็นความนำว่าด้วยฮิตเลอร์กับพรรคนาซีซึ่งสรุปเรื่องราวสังเขปของเยอรมนีในสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ ค.ศ. 1918-1933 เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจการก่อตัวของพรรคนาซีและการเติบโตจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนจนทำให้ฮิตเลอร์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด การยึดอำนาจทางการเมืองของฮิตเลอร์ในต้น ค.ศ. 1933 นับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของเยอรมนี ส่วนที่ 2 ว่าด้วยบทบาทของฮิตเลอร์ในจักรวรรดิไรค์ที่ 3 เป็ฯช่วงเวลาที่ฮิตเลอร์ไม่เพียงนำเยอรมนีไปสู่ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์และเข้มแข็งเท่านั้น แต่เขายังพาเยอรมนีไปสู่อเวจีและความทุกข์ระทมของประชาชาติเยอรมนีที่สืบเนื่องจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และความรุนแรงของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วย ส่วนที่ 3 เป็นการศึกษารายละเอียดของเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับฮิตเลอร์และจักรวรรดิไรค์ที่ 3

สัญชัย สุวังบุตร และอนันต์ชัย เลาหะพันธุ ทรรปณะประวัติศาสตร์ยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 20 กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2555 ภาพประกอบ, แผนที่. 504 หน้า, 350 บาท

ทรรปณะประวัติศาสตร์ยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ยังคงรักษาแนวเดิมของทรรปณะประวัติศาสตร์ยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 19 คือเป็น”กระจกเงา” หรือ “แว่นส่องหน้า” ตามความหมายของ “ทรรปณะ”ที่สะท้อนภาพของเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น สำหรับในคริสต์ศตวรรษที่ 20 นี้ ผู้เขียนได้เลือกสรรเหตุการณ์ 16เรื่อง นับตั้งแต่ไกเซอร์วิลเลียมที่ 2 (William II ค.ศ.1888-1918) ก้าวขึ้นมามีอำนาจพร้อมกับนโยบายการขยายอำนาจของเยอรมนี ความหายนะจากสงครามโลกครั้งที่ 1-2 ที่สั่นคลอนอำนาจของยุโรปกำเนิดลัทธิฟาสซิสต์ในอิตาลีและลัทธินาซีในเยอรมนี สถานภาพของยุโรปภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2การแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างระบอบการปกครองประชาธิปไตยกับสังคมนิยมผู้นำ (บางคน) ของประเทศมหาอำนาจยุโรป การบุกเบิกอวกาศการบูรณาการยุโรปและการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ ทั้งนี้โดยมีบทเกริ่นนำถึงความเป็นมา นิยาม และความสำคัญของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่นิสิต นักศึกษาและผู้สนใจประวัติศาสตร์ยุโรปควรรู้ก่อนที่จะศึกษาเนื้อหาที่ปรากฏในบทต่างๆ ต่อไป

พวงทิพย์ เกียรติสหกุล ญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ.1945-1975 นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555. ภาพประกอบ, แผนที่. 100 หน้า, 90 บาท

วิเคราะห์พัฒนาการทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นระหว่างการเข้ายึดครองของสหรัฐอเมริกาตามความเห็นชอบของฝ่ายพันธมิตรที่เข้ามาดำเนินการลงโทษผู้ก่อสงคราม ยุบกองทัพ ปฏิรูประบอบการปกครองตามแนวทางประชาธิปไตย ตลอดจนฟื้นฟูบูรณะประเทศในด้านต่างๆ หลังสงครามเพื่อให้ญี่ปุ่นมีเสถียรภาพในการเป็นปราการเพื่อต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ในซีกโลกตะวันออก ทั้งนำเสนอภาพความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลังสงคราม จนญี่ปุ่นก้าวเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มีภาค
ผนวกสนธิสัญญาสันติภาพกับญี่ปุ่น ค.ศ.1951

ประวัติศาสตร์ใน “Twentieth Century Impressions of Siam:Its History, People, Commerce, Industries And Resources ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555. 160 หน้า. ภาพประกอบ. 120 บาท

เป็นผลงานของคณาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ที่แนะนำ และประเมินคุณค่าของหนังสือ Twentieth Century Impressions of Siam ในฐานะเป็นข้อเขียนภาษาต่างประเทศ และเป็นเอกสารสำคัญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และร่วมกันเขียนบทความขนาดสั้น 23 เรื่อง เพื่อขยายความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่ปรากฎในหนังสือ Twentieth Century Impressions of Siam โดยเสนอเรื่องราวเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาค้นคว้าในเชิงลึกในเรื่องที่ผู้อ่านสนใจต่อไป

สัญชัย สุวังบุตร ยุโรป: สงครามและสันติภาพ ค.ศ. 1939-1950 นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555.              ภาพประกอบ, แผนที่. 106 หน้า, 90 บาท

สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1939-1945) เป็นเหตุการณ์สำคัญในยุโรปคริสต์ศตวรรษที่ 20 สงครามได้เปลี่ยนโฉมหน้าของยุโรปทั้งทางการเมืองเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ทั้งทำให้โลกตะวันตกก้าวสู่สภาวะสงครามเย็นที่ไม่มีสันติภาพและสงครามเป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษตลอดจนทำให้ดุลอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศที่ยุโรปเคยมีบทบาทมาเป็นเวลายาวนานสิ้นสุดลง ยุโรปสูญเสียสถานภาพของการเป็นประเทศมหาอำนาจและถูกแบ่งแยกเป็นสองส่วนคือยุโรปตะวันตกกับยุโรปตะวันออก ซึ่งน้ำไปสู่ปัญหาการรวมยุโรปในเวลาต่อมาสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้กลายเป็นประเทศอภิมหาอำนาจโลกที่มีอิทธิพลสำคัญทั้งในยุโรปและโลก เรื่องราวการก่อตัวของสงครามโลกและช่วงเปลี่ยนผ่านของสงครามและสันติภาพในยุโรประหว่าง ค.ศ.1939-1950 คือสาระที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้

อนันชัย เลาหะพันธุ ยุโรปสมัยใหม่ ค.ศ.1492-1815 กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2555. ภาพประกอบ, แผนที่. 416 หน้า. 300 บาท.

คริสต์ศตวรรษที่ 16-18 เป็น 300 ปีแห่งการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกตะวันตก ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และเทคโนโลยี แยกยุโรปออกจากโลกสมัยกลาง และการครอบงำของความคิดเก่าๆ เปิดโอกาสให้ชาวตะวันตกสามารถพัฒนาศักยภาพของตน และแนวความคิดใหม่เกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนา และโลก ตลอดจนการขยายอำนาจและอิทธิพลไปยังดินแดนโพ้นทะเล สนใจที่จะสังเกต ทดลอง และค้นคว้าหาข้อสรุปให้กับสิ่งต่างๆ รวมทั้งตนเองเป็นห้วงเวลาที่ให้ความหวังแก่ชาวตะวันตกในการแสวงหาจุดหมายและความสำคัญในชีวิต การเข้าใจและรู้ทันธรรมชาติ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของโลก ทั้งด้านภูมิปัญญา การเมือง วัฒนธรรมและเทคโนโลยี ชาติตะวันตกจึงมิอาจจำกัดบทบาทของตนแต่เฉพาะในโลกตะวันตกได้อีกต่อไปในโลกสมัยใหม่นี้

หนังสือนำเสนอประวัติศาสตร์ยุโรปสมัยใหม่ตอนต้น (EarlyModern Times) ของเหตุการณ์ต่างๆ มาเรียงร้อยกันเพื่อให้เข้าใจประเด็นต่างๆ ในประวัติศาสตร์ยุโรปที่ครอบคลุมระยะเวลากว่าสามศตวรร

สัญชัย สุวังบุตร, อนันชัย เลาหะพันธุ นิโคลัสที่ 2 กับอวสานของราชวงศ์โรมานอฟ กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2555. 296 หน้า. 220 บาท.

นำเสนอเรื่องราวของราชวงศ์โรมานอฟที่ครั้งหนึ่งซาร์คือ “เจ้าชีวิตของรัสเซีย” ผู้สร้างรัสเซียให้ยิ่งใหญ่และเป็นมหาอำนาจยุโรป โดยเฉพาะรัชสมัยซาร์นิโคลัสที่ 2 ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้ ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเป็นพระประมุของค์ที่ 18 ของราชวงศ์โรมานอฟ และเป็นซาร์องค์สุดท้ายของรัสเซีย ทรงสืบสานพระปณิธานของซาร์องค์ก่อนๆ ที่จะดำรงอำนาจของราชวงศ์และองค์พระประมุขเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นทั้งลูก สามี และพ่อด้วย การรู้จักพระองค์ในบทบาทต่างๆ ตลอด
จนเหตุการณ์หลากหลายที่มีผลต่อความคิดและการตัดสินพระทัยของพระองค์จะช่วยเปิดมิติอีกมิติหนึ่งให้แก่ผู้อ่านให้เข้าใจพระองค์ได้ดีขึ้นหรืออย่างน้อยก็ในแง่มุมที่ต่างไปจากหนังสือประวัติศาสตร์รัสเซียเล่มอื่นๆ ทั้งยังจะทำให้เห็น “ภาพประวัติศาสตร์” อีกภาพหนึ่งผ่านสายตาของซาร์และพระราชวงศ์ที่ต่างมีส่วนในการขับเคลื่อนวงล้อประวัติศาสตร์รัสเซียให้เป็นไปในทิศทางที่เกิดขึ้นด้วย

หนังสือแบ่งเป็น 5 บท ประกอบด้วย ราชวงศ์โรมานอฟ ซาเรวิชนิโคลัสบนเส้นทางสู่ราชบัลลังก์ ค.ศ.1868-1896 สงคราม การปฏิวัติและระบอบประชาธิปไตย การก้าวสู่มหาสงครามและความหายนะของราชวงศ์ สิ้นซาร์ สิ้นแผ่นดิน และมีภาคผนวกความสัมพันธ์ระหว่างซาร์นิโคลัสที่ 2 กับราชวงศ์จักรี

วรางคณา นิพัทธ์สุขกิจ จากอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ โครงการตำราและหนังสือคณะอักษรศาสตร์ (หนังสือชุดรู้รอบ-รอบรู้) : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2554. 104 หน้า, 90 บาท.

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่บรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในอดีตของสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยในประวัติศาสตร์ไทย แต่ก็คงพอจะบอกเรื่องราวที่ผ่านมาของ “สยาม” ได้บ้าง และคงพอจะให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบ้านเมือง กลุ่มคน สงคราม และโลกทัศน์ของคนในอดีตได้มากพอที่จะช่วยให้สามารถนำอดีตมาใช้กับปัจจุบันได้ หนังสือใช้มุมมองด้านเศรษฐกิจ-สังคมเป็นหลัก ซึ่งทำให้ได้ภาพประวัติศาสตร์ที่แตกต่างไปจากที่เคยศึกษากันมา ซึ่งมักเน้นด้านการเมืองการปกครอง

หนังสือเล่มนี้ต้องการชี้ให้เห็นการใช้หลักฐาน และการเลือกข้อเท็จจริงในอดีตเพื่อสะท้อนภาพของกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่มีการพัฒนาและเกิดการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจ การเป็นเมืองท่าการค้า ระบบไพร่ที่ควบคุมสังคม การติดต่อสัมพันธ์กับตะวันตก รวมไปถึงการสงคราม ล้วนพิจารณาได้จากมุมมองทางเศรษฐกิจซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วย แม้แต่โลกทัศน์ของผู้นำในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็เกิดพัฒนาการขึ้นเนื่องมาจากประสบการณ์ทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของผู้นำ ซึ่งมีผลต่อการปฏิรูปสังคมและระบบการปกครอง

พวงทิพย์ เกียรติสหกุล ทางรถไฟสายใต้ในเงาอาทิตย์อุทัย โครงการตำราและหนังสือคณะอักษรศาสตร์ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร,2554. 200 บาท 292 หน้า ภาพประกอบ

หนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484-2448) ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า หรือ “ทางรถไฟสายมรณะ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายใต้ของไทยที่ปัจจุบันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกและมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกแวะเวียนมาชมอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาครอบคลุมการดำเนินนโยบายสงครามของกองทัพญี่ปุ่นที่มีต่อไทย การควบคุมเส้นทางรถไฟสายใต้และผลปฏิบัติการของกองทัพญี่ปุ่นตลอดจน
ผลกระทบต่อวิถีชีวิตของราษฎรไทยและอื่นๆ เป็นงานเขียนที่ใช้หลักฐานชั้นต้นและชั้นรองที่หนักแน่นทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นจำนวนมาก รวมทั้งตารางและสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า อาวุธยุทโธปกรณ์ ทหาร ฯลฯ ตลอดจนการสัมภาษณ์บุคคลร่วมสมัย ซึ่งเปิดประเด็นคิดและมุมมองใหม่ๆ ทางประวัติศาสตร์ ทำให้เห็นบทบาทของกองทัพญี่ปุ่นในการควบคุมระบบการขนส่งทางรถไฟของไทยและแนวนโยบายของไทยในการจำต้องโอนอ่อนผ่อนปรนเพื่อคงไว้ซึ่งเอกราชของประเทศ รวมทั้งสภาพการดำรงชีวิตของคนไทยภายใต้ “เงาอาทิตย์อุทัย”

Adele Barker and Bruce Grant, edited The Russia Reader History, Culture, Politics. Durham : Duke University Press, 2010. 780 หน้า. 1025 บาท. แผนที่และภาพประกอบ

เป็นหนังสือในชุด The World Readers ซึ่งเผยแพร่แล้ว 2 เล่มคือ The Alaska Native Reader และ The Indonesia Reader เล่มนี้เป็นเล่มที่ 3

หนังสือให้ภาพรวมของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมรัสเซียนับจากการก่อตัวของอาณาจักรมัสโควีและศาสนานิกายกรีกออร์ธอ
ดอกซ์ในแผ่นดินชาวสลาฟจนถึงปัจจุบัน เป็นการรวบรวมเอกสารชั้นต้นที่หลากหลายที่สะท้อนข้อเท็จจริงในอดีต ปัจจุบัน และลักษณะเฉพาะของความเป็นรัสเซีย เอกสารที่รวบรวมในเล่มเป็นทัศนะความคิดเห็นของชาวรัสเซียทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปทั้งชายและหญิง ผู้ปกครอง นักปฏิวัติ ชาวนา ทหาร นักวรรณคดี ผู้ลี้ภัย นักหนังสือพิมพ์ปัญญาชน และอื่นๆ เอกสารรัสเซียส่วนใหญ่กว่า 30 ชิ้นแปลเป็นภาษาอังกฤษเผยแพร่ครั้งแรก ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์รัสเซียโซเวียตไม่ควรผ่านเลยหนังสือเล่มนี้

Elizabeth Roberts, Realm of the Black Mountain A Historyof Montenegro. London : Hurst & Company, 2007. 522 หน้า, 935 บาท. แผนที่และภาพประกอบ

หนังสือว่าด้วยประวัติศาสตร์มอนเตเนโกรตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงการเปลี่ยนสถานภาพจากการเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวีย และการรวมตัวกับเซอร์เบีย (สหภาพเซอร์เบียและมอนเตเนโกร) เป็นประเทศเอกราชที่เรียกว่าสาธารณรัฐมอนเตเนโกร (Republic of Montenegro) ซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าเป็นสมาชิกอันดับที่ 192ขององค์การสหประชา
ชาติในค.ศ. 2006 เน้นประวัติศาสตร์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 นับแต่มอนเตเนโกรเข้าร่วมในสงครามบอลข่าน ค.ศ. 1912-13 การเป็นประเทศเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และช่วงการรวมกับยูโกสลาเวีย บทสุดท้ายวิเคราะห์บทบาทของมอนเตเนโกรหลังการแยกตัวจากเซอร์เบีย และการเข้าร่วมกับองค์การนาโตในปัญหาสงครามคอโซโว ตลอดจนการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก ผู้เขียนเป็นอดีตนักการทูต และปัจจุบันสอนประวัติศาสตร์บอลข่านในมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและไอร์แลนด์ ใครที่สนใจเรื่องราวความเป็นมาของมอนเตเนโกรซึ่งเป็นประเทศลี้ภัยของอดีตนายกฯ ทักษิณจะได้คำตอบเกี่ยวกับมอนเตเนโกรทุกแง่มุม

ปรีดี พิศภูมิวิถี. กระดานทองสองแผ่นดิน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2553. 240 หน้า, 165 บาท.

เป็นหนังสือรวมบทความ 9 เรื่องของผู้เขียนที่เคยตีพิมพ์มาก่อน (5 บทความ) และที่เขียนขึ้นใหม่ (4 บทความ) เกี่ยวกับความสัมพันธ์โปรตุเกส-สยาม ในมิติประวัติศาสตร์ เพื่อร่วมฉลองในวาระ 500 ปีแห่งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในพ.ศ. 2554 หนังสือให้ความรู้ใหม่ที่จะทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยามีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นข้อมูลที่ปรากฎในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนเห็นว่าจะมีส่วนทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาในวันข้างหน้า มีมิติที่กว้างและหลากหลายขึ้น

แมนเฟร์ด สเตเกอร์. โลกาภิวัฒน์ ความรู้ฉบับพกพา แปลโดยวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง. กรุงเทพฯ : โอเพนเวิร์ล, 2553. 232 หน้า, 195 บาท.

เป็นหนังสือในชุด A Very Short Instruction ในหัวเรื่องต่างๆ ที่สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกฟอร์ดจัดพิมพ์ เล่มนี้ว่าด้วยโลกาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 (2009) อธิบายโลกาภิวัฒน์ในมิติต่างๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม อุดมการณ์ และสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลต่อโลกยุคใหม่ให้ความเข้าใจโลกาภิวัฒน์ในฐานะเป็นกระบวนการทางสังคมที่ชี้ให้เห็นปฏิสัมพันธ์อันซับซ้อนของกระบวนการทำงานระหว่าง “ปัจเจก ชุมชนท้องถิ่น ประเทศ ภูมิภาค และโลก”

จุลชีพ ชินวรรโณ. 35 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน พ.ศ. 2518-2553 อดีต ปัจจุบัน อนาคต. กรุงเทพฯ : โอเพ่นบุ๊กส์, 2553. 218 หน้า, 180 บาท.

หนังสือที่ปรับปรุงจากงานวิจัยของผู้เขียน เรื่อง “30 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน : ความร่วมมือระหว่างกัลยาณมิตร พ.ศ. 2518-2548” โดยเพิ่มความเปลี่ยนแปลงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2549-2553)เพื่อให้ทันสมัยและสมบูรณ์ขึ้น เนื้อหาแบ่งเป็น 6 บท ว่าดวยความเป็นมาของความสัมพันธ์ไทยกับจีนในอดีต การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ความสัมพันธ์ทางการเมืองและการทหาร ทางเศรษฐกิจ ทางสังคมวัฒนธรรมและวิทยาการ และแนวโน้มในอนาคต แต่ละบทมีบทสรุปรวบยอดความคิด เตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “เป็นหนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่งก็ว่าได้”

เจ. อาร์ แมคนีล และวิลลเลียม แมคนีล. ประวัติศาสตร์มนุษย์ฉบับย่อ แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2532. 518 หน้า, 300 บาท.

เป็นหนังสือที่ให้ภาพรวมกว้างๆ ของประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบันจากสายตาของนก (bird’s-eye view) โดยใช้โครงข่ายมนุษย์ (human web) เป็นแกนกลางในการวิเคราะห์และนำเสนอ เหมาะที่จะใช้เป็นหนังสืออ่านประกอบอารยธรรมโลกและการทำความเข้าใจกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย โดยผ่านโครงข่ายปฏิสัมพันธ์ชุดต่างๆ ทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และโลก ที่ยึดโยงผู้คนและสังคมเข้าด้วยกันจนหลอมรวมเป็นโครงข่ายโลกชุดเดียวกัน

Stefan Hell. Siam and the League of Nations, Modernisation, Sovereignty and Multilateral Diplomacy, 1920-1940. Bangkok: River Books, 2010. 285 หน้า, 700 บาท.

ปรับปรุงจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของผู้เขียนที่เสนอต่อมหาวิทยาลัย Leiden เนื้อหาว่าด้วยการวิเคราะห์สยามกับสันนิบาตชาติระหว่าง ค.ศ. 1920-1940 และนโยบายต่างประเทศของสยามที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ตลอดจนบทบาทของสยามในฐานะสมาชิกของสันนิบาตชาติที่มีส่วนร่วมผลักดันให้อุดมการณ์ของสันนิบาตชาติบรรลุผลในทางปฏิบัติ หนังสือมีภาพประกอบที่หาดูได้ยาก และมีภาคผนวกลำดับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ บัญชีชื่อผู้แทนสยามในสันนิบาตชาติระหว่าง ค.ศ. 1920-1939 และอื่นๆ ที่มีคุณค่าสำหรับนักประวัติศาสตร์ มีบทนำของเตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหนังสือที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์การทูตไทย และเรื่องราวความเกี่ยวพันระหว่างสยามกับองค์การระหว่างประเทศไม่อาจเพิกเฉยได้

อนุมานราชธน. เรื่องของชาติไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2553. 296 หน้า

หนังสือเก่าที่พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 2483 และพิมพ์ พ.ศ. 2553 เป็นครั้งที่ 11 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2553 กรมศิลปากรคัดเลือกหนังสือเล่มนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป สนองพระราชดำรัสที่ทรงห่วงใยเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติ เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกว่าด้วยอาณาจักรไทยเดิมในภาคต่างๆ ของประเทศจีน และความสัมพันธ์ระหว่างแว่นแคว้นของไทยดัวยกัน และความสัมพันธ์กับจีน ภาค 2 ว่าด้วยการตั้งถิ่นฐานในแหลมมอินโดจีน กำเนิดแคว้นสิบสองจุไทย ล้านช้าง แคว้นล้านนาไทย และหริภุญไชย จนถึงพม่าเข้ามามีอำนาจปกครองล้านนาไทย ผู้สนใจหนังสือเล่มนี้สามารถติดต่อขอหนังสือได้ที่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

สัญชัย สุวังบุตร. ราชาธิปไตยใต้รัฐธรรมนูญสู่สาธารณรัฐ: ฝรั่งเศสค.ศ. 1815-1970. กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2552. 162 หน้า. 160 บาท

ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสหลังสงครามนโปเลียนจนถึงสมัยสาธารณะรัฐฝรั่งเศสที่ 5 ภายใต้การนำของประธานาธิบดี เดอ โกล รวมถึงเรื่องราวสังเขปหลังสมัย เดอ โกล จนถึงปลายศตวรรษที่ 20 เพื่อเข้าใจประวัติ-ศาสตร์ฝรั่งเศสร่วมสมัย และเห็นพัฒนาการทางการเมืองและสังคมของฝรั่งเศส นับจากช่วงสมัยกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (ค.ศ. 1814-1848)เป็นสาธารณรัฐ (ค.ศ. 1848-1851) จักรวรรดิ (ค.ศ. 1852-1870) และระบอบสาธารณรัฐ (ค.ศ. 1871-ปัจจุบัน) ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่ชาวฝรั่งเศสได้เลือกในท้ายที่สุด และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกเลยจนถึงปัจจุบัน

van T. Berend. Europe since 1980. Cambridge: CambridgeUniversity Press, 2010. 332 หน้า. 1,260 บาท.

เป็นหนังสือในชุด The World since 1980 ของเคมบริดจ์ที่นำเสนอเรื่องราวของประเทศสำคัญๆ หลังปีค.ศ. 1980 ที่พิมพ์เผยแพร่มาแล้วคือ Japan since 1980, Russia since 1980, The United States since 1980, Brazil since 1980 และ Israelsince 1980 ส่วนที่เกี่ยวกับยุโรปเล่มนี้ว่าด้วยประวัติศาสตร์ยุโรปหลัง ค.ศ. 1980 และการเปลี่ยนผ่านทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมในช่วงปลายสงครามเย็นถึงการบูรณาการยุโรป และสถานภาพของสหภาพยุโรปในปลายคริสตวรรษที่ 20 เน้นผลกระทบของการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ต่อวิถีชีวิตยุโรป และการบูรณาการยุโรปทั้งประเด็นทิศทางการพัฒนาของยุโรปหลังวิกฤตทางเศรษฐกิจระหว่งค.ศ. 2008-2009 นานๆ จะมีหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุโรปที่มีเนื้อหาทันสมัย และน่าสนใจในร้านหนังสือของบ้านเรา ห้องสมุดควรมีหนังสือเล่มนี้ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป

 

This important book is contemparary history as it should be written…One cannot fail to learn from…

Eric Hobsbawm (Univ. of London)

——————————————–

“This is a major and easily accessible contribution to ourunderstanding of Europe’s transition from a divided to an integrated, albeit still fragment continent.”

Wolfram Kaiser (Univ. of Portsmouth)

——————————————–

Bob Harris. Who Hates Whom Well-Armed Fanatics, Intractable Conflicts, and Various Things Blowing Up, A Woefully Incomplete Guide. New York: Three Rivers Press, 2007. 218 หน้า. 400 บาท.

หนังสือชื่อยาวเหยียดแต่เนื้อหาน่ารู้เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองโลก และสงครามที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เป็นคู่มือสังเขปว่าด้วยเหตุการณ์ร่วมสมัยที่เป็นประเด็นปัญหาสำคัญทางการเมืองโลก แบ่งเป็นการนำเสนอเหตุการณ์สำคัญในเอเชียกลาง และตะวันออกกลางแอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกา และยุโรป เป็นหนังสืออ่านง่าย เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการฝึกทักษะการอ่าน และอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกปัจจุบันในประเด็นที่ว่า ใครเกลียดใคร และทำไมถึงเป็นปัญหาขึ้นได้

Christopher Lloyd. What on Earth Happened…in Brief The Planet, Life and People from the Big Bang to the Present Day. London: Bloomsbury, 2009. 328 หน้า. 390 บาท.

หนังสืออ่านสนุกที่มีสาระเกี่ยวกับเรื่องน่ารู้ทั่วไปในประวัติศาสตร์ที่มักถูกเพิกเฉย แบ่งเป็น 4 หัวเรื่องใหญ่ Life Before Man, Human Evolution, Ancient History and Modern History แนะนำให้นักศึกษาที่ต้องการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษที่มีสำนวนง่าย สนุก และได้ความรู้ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปที่ช่างสงสัยและมีคำถามซึ่งต้องการคำตอบเกี่ยวกับโลก ชีวิต และมนุษย์ในประเด็น “มีอะไรเกิดขึ้นในโลกนี้นะ?”

สัญชัย สุวังบุตร. เลนินกับการสร้างรัฐสังคมนิยมโซเวียต. กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2553. 424 หน้า. 250 บาท.

วลาดิมีร์ เลนินเป็นผู้วางรากฐานอำนาจของรัฐโซเวียตสังคมนิยมและพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงปัญญาชนคอมมิวนิสต์และที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ว่าเป็นผู้นำการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสตศวรรษที่ 20 และเป็นรัฐบุรุษที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์การปฏิวัติ หนังสือนำเสนอประวัติศาสตร์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและสังคมของรัสเซีย โซเวียต ระหว่างค.ศ. 1917-1924โดยมุ่งหวังจะให้ความรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาคที่เป็นอุดมการณ์ของเลนิน และเพื่อให้การศึกษาประวัติศาสตร์รัสเซีย ยุโรปในแวดวงวิชาการไทยมีมิติที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น

 

เป็นหนังสือที่ผู้อยากเรียนรู้เรื่องรัสเซียในยุคปฏิวัติบอลเชวิคไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

นรนิติ เศรษฐบุตร
ราชบัณฑิต

สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 5 อักษร L-O ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2551. 896 หน้า. 500 บาท.

เป็นหนังสือชุดสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลที่ราชบัณฑิตยสถานเริ่มจัดทำตั้งแต่ พ.ศ. 2526 ถึงปัจจุบัน โดยเก็บคำศัพท์ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง การทูตและเศรษฐกิจ ได้แก่ ชื่อบุคคลสำคัญ ราชวงศ์สำคัญ เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ชื่อประเทศ เมืองสำคัญ สนธิสัญญา กฎหมาย การประชุม ความตกลงและการสงคราม โดยเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1789 จนถึงปัจจุบัน

หนังสือสารานุกรมเล่มนี้เป็นเล่มที่ 5 ของหนังสือชุดสารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ยุโรป และเป็นหนังสือค้นคว้าอ้างอิงที่น่าอ่านและทันสมัย

– สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (300 บาท)
– สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 2 อักษร C-D ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (200 บาท)
– สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 3 อักษร E-G ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (250 บาท)
– สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 4 อักษร H-K ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (300 บาท)

อนันต์ชัย เลาหะพันธุ. เรื่องน่ารู้ในยุโรปสมัยกลาง. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2553. 264 หน้า. 200 บาท.

เป็นการรวมเรื่องราวและเหตุการณ์ที่น่าสนใจ รวม 20 เรื่องที่เกิดขึ้นในยุโรปสมัยกลาง (Medieval Europe ค.ศ. 476-1492) ผู้เขียนนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่มีสีสันและน่ารู้ น่าสนใจของสมัยกลาง โดยเจาะลึกในรายละเอียด เพื่อให้ภาพประวัติศาสตร์สมัยกลางที่ชัดเจนและในแง่มุมอันหลากหลาย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า เหตุใดสมัย
กลางจึงได้ชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของอารยธรรมยุโรป

สารานุกรมประเทศในทวีปยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2550. 792 หน้า. 450 บาท.

เป็นหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปทั้ง 44 ประเทศเน้นเนื้อหาความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลสังเขปของชื่อที่เป็นทางการ เมืองหลวง เมืองสำคัญ ระบอบการปกครอง ประมุขของประเทศ เนื้อที่ อาณาเขตติดต่อ จำนวนประชากร เชื้อชาติของประชากร ภาษา ศาสนา และเงินตรา

มีบทนำเกี่ยวกับความสำคัญของทวีปยุโรป และมรดกทางอารยธรรมของยุโรปต่อโลก